วันจันทร์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

British English & American English

ภาษาอังกฤษในโลกของเรามีใช้กันหลายชาตินะครับ แต่ที่เรารู้ๆกันอยู่และเป็นสากลก็คงจะเป็นภาษาอังกฤษแบบ British และ American นะครับ ใน blog นี้ผมจะนำเสนอเกี่ยวกับคำศัพท์ต่างๆ ที่ความหมายเนี่ยเหมือนกันเลย เพียงแต่ว่ามันคนละประเทศไงล่ะครับ บางคนเคยสังสัยว่า เอ๊ะ! แล้วชั้นจะใช้คำไหนดี ต่อไปนี้ก็หายงงกันได้แล้วล่ะ เพราะว่าคุณจะใช้คำไหน ก็มีความหมายเหมือนกันครับ

Flat (UK) / Apartment (US) = สองคำนี้ความหมายเหมือนกันเลยครับเลือกใช้คำไหนก็ได้ ความหมายก็คือ ห้องชุดหรือห้องเช่าที่เห็นได้ทั่วๆไปในกรุงเทพนั่นเอง แต่คนไทยชอบเอาคำว่า Mansion มาใช้เรียกแทน 2 คำนี้ ซึ่งจริงๆแล้วผิดนะครับเพราะคำว่า Mansion แปลว่าคฤหาสน์ที่ใหญ่โต แต่ flat และ apartment แปลว่าห้องชุดนะครับ อย่าใช้กันผิดๆนะครับ

Lift (UK) / Elevator (US) = คนไทยจะติดคำศัพท์นี้ในแบบ British English มากกว่านะครับคือคำว่า lift นั่นเอง แต่ถ้าเจอฝรั่งพูดคำว่า elevator (เออ-เลอ-เว-เทอ) ก็ไม่ต้องตกใจครับ มันก็แปลเหมือนกันนั่นแหละครับ

Corridor (UK) / Hallway (US) = คำนี้แปลว่าทางเดินในอาคารหรือในตึกต่างๆครับ เราจะใช้คำไหนก็ความหมายเหมือนกันครับ

Bonnet (UK) / Hood (US) = คำนี้แปลว่ากระโปรงหน้าของรถยนต์นั่นเองครับ ใช้ตัวไหนก็ได้ แต่อย่าไปปล่อยไก่พูดคำว่า Skirt ล่ะครับ เดี๋ยวฝรั่งไปเปิดกระโปรงคุณไม่รู้นะ อิอิอิ

Boot (UK) / Trunk (US) = สองคำนี้นะครับ boot (บูท) และ trunk (ทรังก์) ถ้าเอามาใช้ในเรื่องรถยนต์ ก็จะแปลว่ากระโปรงหลังของรถนั่นเองครับ

Rucksack (UK / Backpack (US) = คนไทยน่าจะรู้จักคำนี้แบบ American มากกว่านะครับ อย่างเช่นเวลาเราพูดว่า อืม ชั้นอยากไปเที่ยวแบบ backpack จัง ซึ่งจริงๆแล้วมีอีกคำครับคือว่า rucksack (รัค-แซค) สองคำนี้ก็แปลว่าเครื่องสะพายหลัง,กระเป๋าใบใหญ่ๆที่สะพายหลังนั่นเองครับ

Underground (UK) / Subway (US) = สองคำนี้แปลว่ารถไฟใต้ดินนะครับ ใช้ตัวไหนก็ได้ แต่จะเพิ่มศัพท์แสลงให้ 1 คำนะครับ คือคำว่า tube (ทิว) ไม่ได้อ่านว่า ทูบ นะครับ จริงๆแล้วคำนี้แปลว่าหลอดหรือท่อนะครับ แต่แสลงในอังกฤษจะแปลว่ารถใต้ดินครับ

Rubber (UK) / Erasor (US) = สองคำนี้แปลว่ายางลบนะคับ แต่ คำว่า Rubber จะเป็นศัพท์แสลงใน American นะครับจะแปลว่าถุงยางครับ

เดี๋ยวถ้ามีคำใหม่ๆอีก จะมาลงให้ครับ byebye!!!!!

Welcome to Tyler's world

ยินดีต้อนรับสู่โลกของ Tyler นะครับทุกคน blog ของผมจะมีการนำเสนอเรื่องราวดีๆเป็นประโยชน์ โดยเฉพาะเกี่ยวกับการใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันเพื่อว่าอาจจะเป็นประโยชน์กับทุกๆคนได้นะครับ

Welcome to Tyler's world, My blog would present about the different stories and useful information. Above all, using English in everyday in life so that it would be the benefit for everybody.

วันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

การใช้ Until และ So....that

วันนี้เรื่องที่ผมจะมาสอนเป็นเรื่องราวกับภาษาอังกฤษ
ในชีวิตประจำวันของเรานะครับ ซึ่งเรื่องนี้บางคนอาจคิดว่า
เป็นเรื่องง่ายๆ แต่จริงๆแล้วคนไทยยังใช้กันผิดๆอยู่นะครับ
เรื่องที่จะนำเสนอก็คือเรื่องการใช้ until และ so...th
at

  • Until แปลเป็นภาษาไทยว่า จนกระทั่งหรือว่ากระทั่ง เราจะใช้ก็ต่อเมื่อแสดงถึงเวลา เหตุการณ์ หรือการกระทำที่ดำเนินมาจนถึงเวลาที่แสดงถึงความแน่นอน เช่น
EX : I worked until 2 am yesterday. : เมื่อวานนี้ฉันทำงานจนกระทั่งตีสอง

  • So...that เราจะต้องทำตามสูตรนี้นะครับ So + adj + that ตัวนี้จะแปลว่าจนกระทั่งเหมือน until แหละครับ แต่ว่ามันไม่ได้ใช่เหมือนกันนะครับ จำไว้นะครับว่า until แปลว่าจนกระทั่งใช้กับในเรื่องของเวลา แต่ so + adj + that เราจะใช้กับระดับความมากน้อยของการกระทำครับ
ดังนั้นถ้าเราพูดแบบนี้ผิดนะครับ เช่น I'm hungry until I can eat an elephant. : แบบนี้ผิดนะครับ

ดังนั้นเราต้องแก้ให้ถูกแบบนี้นะครับ

EX : I'm so hungry that I can eat an elephant. : ฉันหิวมากจนกระทั่งฉันจะกินช้างได้ทั้งตัวแล้ว


พูดง่ายๆนะครับ so...that จะไม่ได้แปลว่าจนกระทั่งอย่างเดียว แต่จะแปลว่า ...มาก จนกระทั่ง เวลาเราใช้เราก็เอาคร่อม adj แสดงถึงระดับมากน้อยของการกระทำครับ จำเอาไปใช้กันนะครับ